--- Hongkong(ฮ่องกง) --- Singapore(สิงคโปร์) --- Thailand(ประเทศไทย) --- Vietnam(เวียดนาม) --- Laos(ลาว) ---- Malaysia(มาเลเซีย) --- อื่นๆ
 
 
   

จองโรงแรม สิงคโปร์ สิงคโปร์ สิงค์โปร์ ( Sinagapore Hotel)

 

   

สิงคโปร์ สิงคโปร์ สิงค์โปร์ ( SINGAPORE )

จองโรงแรมสิงคโปร์ สิงคโปร์ สิงค์โปร์     หากจะมีสักถ้อยคำที่สื่อถึงสิงคโปร์ได้ดีที่สุด คำนั้นก็คือคำว่า "พิเศษสุด" เหตุผลก็คือ สิงคโปร์เป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่งและอุดมไปด้วยความแตกต่างและสีสัน คุณจะพบกับความผสมผสานอย่างกลมกลืนของวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ และสถาปัตยกรรมได้ที่นี่ เกาะแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ถูกปลดปล่อย เป็นเสมือนกลจักรขนาดจิ๋วของเอเชียอาคเนย์ที่รวมเอาสิ่งที่ดีที่สุดของโลกตะวันตกและตะวันออกเอาไว้ด้วยกัน

การท่องเที่ยวเพียงวันเดียวจะพาคุณจากอดีตไปสู่อนาคต จากชุมชนต่างถิ่นที่กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ จากสวนอันเงียบสงบที่เปลี่ยนเป็นตึกระฟ้าที่สง่างาม

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้าแสนอร่อยท่ามกลางต้นไม้เขียวชอุ่ม ไปพร้อมๆกับลิงอุรังอุตังของสิงคโปร์แท้ๆ จากนั้นย้อนกลับไปในอดีตเมื่อคุณเข้าไปในวัดจีนโบราณ มัสยิดมุสลิม วัดฮินดู และโบสถ์คริสต์ - น่าแปลกที่ศาสนสถานเหล่านี้ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน

กลับมายุคปัจจุบันด้วยการเดินเล่นตามถนนออชาร์ด (Orchard Road) เลือกซื้อแฟชั่นล่าสุดแล้วเพลิดเพลินกับคำพูดคำจาของคนท้องถิ่นตลอดทาง
ลิ้มรสมื้ออาหารที่เรียบง่ายแต่น่าจดจำขณะที่คุณล่องลอยไปตามแม่น้ำสิงคโปร์ในเรือโบราณของที่นี่ ก้าวขาออกจากเรือแล้วถูกเหวี่ยงไปเป็นระยะ 60 เมตรในอากาศด้วยริเวิร์สบันจี้! มีเสียงหัวเราะและความสนุกรอคุณอยู่เมื่อคุณขึ้น "เป็ด" สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกของเราเพื่อเที่ยวชมเมือง พร้อมกับไกด์ช่างพูดของเรา

หลังจากวันแห่งความตื่นเต้นจบลง คุณก็กลับมายังที่พักอันเงียบสงบในสปาเลื่องชื่อของเรา ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนักจากศูนย์ธุรกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกของที่นี่

    เมื่อคุณหายเหนื่อยแล้ว ใช้เวลาสักอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงเพื่อหย่อนใจไปกับพิธีชงชาตามธรรมเนียมจีน ก่อนที่คุณจะก้าวเท้าไปยังสถานที่ระดับโลกเพื่อรับฟังเสียงดนตรีบรอดเวย์

ด้วยผู้คนที่เป็นมิตรและยินดีต้อนรับคุณ โครงสร้างพื้นฐานล้ำยุค และสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นทุกวันที่นี่ สิงคโปร์จึงกลายเป็นสถานที่พักผ่อนในวันหยุดที่พิเศษที่สุด

ประวัติความเป็นมา

เดิมสิงคโปร์เป็นอาณานิคมของอังกฤษ เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2ญี่ปุ่นขับไล่อังกฤษออกไปได้และเข้ายึดครองสิงคโปร์ไว้ พอสงครามสงบญี่ปุ่นถูกปลดอาวุธ อังกฤษจึงเข้ามาครอบครองสิงคโปร์ดังเดิม ดินแดนมลายู ใน พ.ศ.2502 อังกฤษจึงให้สิงคโปร์ จัดตั้งรัฐบาลปกครองตนเอง และจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่นโยบายต่างๆต้องรับความชอบเห็นจากอังกฤษอยู่

ใน พ.ศ.2506 สิงคโปร์ได้เข้ารวมตัวกับสหพันธ์รัฐมลายา ซาบาห์และซาลาวัก ตั้งเป็นประเทศใหม่คือสหพันธ์มาเลเซีย สาเหตุที่ ต้องรวมประเทศกันก็เพราะเกิดความวุ่นวายของพวกจีนคอมมิวนิสต์ในสิงคโปร์ ทำให้สหพันธ์มลายาเป็นดินแดนเบื้องหลังเมืองท่าที่ลำเลียง สินค้าไปยังที่อื่นๆ ดังนั้นทั้งสองฝ่ายจึงได้ลงสนามตกลงรวมประเทศเข้าด้วยกัน ในเดือนกันยายน พ.ศ.2506 การรวมประเทศครั้งนี้ มีดินแดนซาราวักและซาบาห์เข้าไปร่วมด้วย จึงทำให้ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียไม่พอใจเพราะต่างก็อ้างสิทธิเหนือดินแดนดังกล่าวบางส่วน ประกอบ กับปัญหาความขัดแย้งกันทางเชื้อชาติระหว่างมาเลย์ จีน และอินเดียจึงทําให้สิงคโปร์ต้องแยกตัวออกไป อย่างไรก็ดีในยุคที่อังกฤษปกครองอยู่ ปัญหาการแบ่งแยกเชื้อชาติในมลายูก็มีแต่ไม่รุนแรงนักเพราะอังกฤษจะเข้ามาเป็นตัวกลางจัดการตามนโยบายการปกครองของตนเสมอมา ครั้นเมื่อ อังกฤษมอบเอกราชแก่มลายูและถอนตัวออกไปแล้ว ความจำเป็นในการติดต่อโดยตรงระหว่างชาวจีน มาเลย์ และอินเดีย ในทุกระดับชั้นจึงมีมากขึ้น การขาดค่านิยมร่วมกันซึ่งเป็นปัจจัยหน่วงเหนี่ยวชนชาติต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันและการไม่มีภาษากลางอันเป็นสื่อติดต่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทำให้การปรับตัวเข้าหากัน และการตกลงประนีประนอมในการแก้ปัญหาในขั้นมูลฐานมีน้อยมากด้วยเหตุนี้การขัดแย้งและแย่งชิงผลประโยชน์ ทางการเมือง เศษฐกิจ และสังคม ตลอดจนการประทะกันระหว่าง ชาวจีนและมาเลย์ จึงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก ส่วนชาวอินเดียนั้นเป็นชนส่วนน้อย ในสหพันธ์มาเลเซีย คือ มีประมาณร้อยละ 9 ของประชากรทั้งหมดขณะที่มีชาวจีนอยู่ประมาณร้อยละ 36 ชาวร้อยละ 54 ชาวอินเดียจึงมีอิทธิพล ทางการเมือง เศษฐกิจ และสังคมน้อยกว่าสองพวกดังกล่าว แต่นับว่าโชคดีที่นักการเมืองชั้นนำของ 3 เชื้อชาติสามารถปรองดองกันได้ทำให้เหตุการณ์ ในตอนนั้นสงบลง

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจมากประเทศหนึ่งในทวีปเอเซีย เศรษฐกิจของสิงคโปร์เกือบทั้งหมดขึ้นอยู่กับการค้า และอุตสาหกรรมการเกษตรนั้นไม่มีความสำคัญเลยเพราะมีพื้นที่จำกัดสิงคโปร์สร้างตัวขึ้นมาได้จากการค้าทางทะเลโดยแท้จริงเพราะลักษณะที่ตั้ง ของสิงคโปร์เปรียบเสมือนประตูการคมนาคมทางทะเลระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับทะเลจีนใต้และมหาสมุทรแปซิฟิก ทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อจาก ภาคพื้นทวีปเอเซียลงไปส่เกาะอินโดนีเซีย ออสเตเลียและนิวซีแลนด์จึงเป็นทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมที่สุดที่จะแวะพักกลางทางในการเดินเรือสมุทร และทำให้สิงคโปร์เป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ครั้งเป็นอาณานิคมของอังกฤษจนกระทั่งปัจจุบันนี้การค้าขายและการขนส่งก็ยังคงเป็น หัวใจหลักทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์ ทั้งนี้เพราะรัฐบาลให้การส่งเสริมเป็นอย่างดี เช่นการประกาศให้เป็นเมืองท่าปลอดภาษีการจัดสร้างระบบ คมนาคมและการขนถ่ายที่ทันสมัยสะดวกและรวดเร็วซึ่งนับได้ว่าดีที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบันนี้สิงคโปร์มีท่าเรือขนถ่ายที่ทันสมัยที่สุด ถึง3แห่งจึงนับเป็นท่าเรือที่ใหญ่อันดับ2ของทวีปเอเซียอุตสาหกรรมก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจรัฐบาลสิงคโปร์ตระหนักว่าเพียงการค้า ขายแบบเป็นตัวอย่างอย่างเดียวเท่านั้นยังไม่เพียงพอจึงได้เริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้นเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้แหล่งอุตสาหกรรมส่วนใหญ่อย่รอบตัว เมืองสิงคโปร์เพื่อให้สะดวกต่อการขนส่งและมีนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ จูรง อุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การกลั่นนำมัน ถลุงโลหะ เคมีภัณฑ์ เครื่องไฟฟ้า ขณะนี้สิงคโปร์กำลังเริ่มต้นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงนอกจากนี้แล้วอุตสาหกรรมการท่องเที่วในสิงคโปร์ก็ได้รับ การส่งเสริมจากรัฐบาล ในการค้ากับต่างประเทศนั้น สิงคโปร์เป็นเมืองธุรกิจการค้าในการสั่งเข้าและส่งออกจึงต้องสั่งสินค้าเข้าจากต่างประเทศ เป็นจำนวนมากทุกปีสินค้าที่สั่งเข้าได้แก่สินค้าประเภทอาหาร ผลิตภัณฑ์การเกษตร วัตถุดิบทางด้านอุตสาหกรรมและสินค้าสำเร็จรูปที่ใช้เทคโนโลยี ขั้นสูงจากประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศเช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรปตะวันตก เป็นต้น แต่สิงคโปร์ยังคลาดแคลนแรงงานและช่างเทคนิค จึงต้องอนุญาตให้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเพื่อพัฒนาประเทศอีดด้วย

สิงคโปร์มีชาวจีนเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศคือประมาณร้อยละ78ของประชากรทั้งหมด รองลงไปได้แก่พวดพวกปากีสถาน และอื่นๆภาษาที่ใช้เป็นทางราชการของสิงคโปร์มีอยู่ถึง4ภาษาคือ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาทมิฬและภาษามาเลย์ ศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดคือ ศาสนาพุทธ รองลงมาได้แก่ คริสต์ อิสลาม เต๋าและฮินดูตามลำดับ

สถิติประชากรที่อ่านออกเขียนได้มีประมาณร้อยละ91

สิงคโปร์มีเกาะเล็กๆที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมากเหมือนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้แต่มีผลผลิตส่วนใหญ่มากจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาศัยวัตถุดิบจากประเทศใกล้เคียงป้อนเข้าโรงงาน อุตสาหกรรมสำคัญที่ใช้ทรัพยากรจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ อุตสาหกรรมกลั่นนำมัน โดยซื้อนำมันจากอินโดนีเซียและบรูไนอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสิงคโปร์ก็ได้พัฒนาด้านอุตสาหกรร จนนำหน้าประเทศใดๆในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

สิงคโปร์มีเส้นทางคมนาคมขนส่งทางบกผ่านสะพานช่องแคบยะโฮร์ที่เรียกว่า คอสเวย์(causeway) เชื่อมการติดต่อกับแผ่นดินใหญ่ทั้งทางรถยนต์และรถไฟ ทางรยนต์ได้แก่ ทางหลวงเอเซียสายA-2 ซึ่งผ่านจากประเทศไทยเข้ามาเลเซีย และสิงคโปร์และเชื่อมไปถึงอินโดนีเซีย เส้นทางรถไฟมีเชื่อมระหว่างประเทศไทย มาเลเซียและสิงคโปร์นับว่าสะดวก ต่อการโดยสารและขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ด้วยทางนำสิงคโปร์อยู่ในเส้นทางการเดินเรือจากยุโรปมาตะวันออกและไปยังออสเตเลีย ทำให้มีการสร้างท่าเรือเมื่อรับขนถ่ายสินค้าและพักจอดเรือ นับเป็นเมืองท่ามาตราฐาน แห่งหนึ่งของโลกและเนื่องจากการเปิดประเทศให้เป็นเมืองท่าปลอดภาษีจึงทำให้กิจการ การลงทุนได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วไป นอกจากนี้สิงคโปร์ยังมีท่าอากาศยาน ที่สามารถรับเครื่องบินได้มากจึงกลายเป็น ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางอากาศที่ สำคัญแห่งหนึ่งของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

 


 


   
 
aaaaa