ประวัติศาสตร์บาหลี


• ประวัติศาสตร์บาหลี
• เชื่อกันว่าคนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบาหลีน่าจะอพยพมาจากประเทศจีนเมื่อสมัย 4,500 ปี แต่ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใดๆหลงเหลืออยู่ ส่วนหลักฐานเก่าแก่ที่สุดยังปรากฏ เช่น ระบบของการทำเกษตรกรรม และการผลิตข้าว เช่นเดียวกับที่ยังพบเห็นได้ในปัจจุบันมาจากยุคสำริด คือประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล และมีการพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นโบราณวัตถุทางศาสนาฮินดูจากศตวรรษที่ 3 และ 4 แต่ภายหลังปรากฏว่าศาสนาพุทธได้กลายเป็นศาสนาประจำของชาวบาหลีในยุคแรก เพราะคำว่าบาหลีถูกพบในบันทึกของนักปราชญ์ชาวจีนเมื่อปีคริสตศักราชที่670ว่าขณะเดินทางไปยังอินเดีย ได้แวะยังดินแดนชาวพุทธแห่งหนึ่งซึ่งก็คือบาหลีนั้นเอง
• คริสต์ศตวรรษที่ 11 บาหลีจึงได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมของฮินดูและชวา เจ้าชายแห่งบาหลีในขณะนั้นได้เผยแผ่อิทธิพลไปครอบครองทางฝั่งตะวันออกของชวาและสถาปนาน้องชายให้เป็นผู้ปกครองบาหลี จึงได้รับเอาศาสนาฮินดูจากชวาจึงเข้ามายังเกาะบาหลี
• บาหลีเองยังคงเป็นเอกราช จนกระทั่งปีค.ศ. 1284 กษัตริย์เกอร์ตาเนการาที่ปกครองชาวตะวันออกได้เข้าครอบครองบาหลี ถึงปีค.ศ. 1292 จึงได้เป็นอิสระอีกครั้ง เนื่องจากกษัตริย์เกอร์ตาเนการาถูกลอบปลงพระชนม์
• ในปี ค.ศ. 1343 บาหลีก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของชวาอีกครั้ง ในสมัยของมัชปาหิต (Majapahit) ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่จนเมื่อมีการแผ่ขยายของศาสนาอิสลามจากเกาะสุมาตราและชวาในช่วงคริศต์ศตวรรษที่ 16 ทำให้อาณาจักรมัชปาหิตล่มสลายลง ราชนิกูลและศิลปินแขนงต่าง ๆ รวมทั้งนักบวชพากันลี้ภัยเข้ามาอยู่ในบาหลี อันเป็นผลให้ศิลปะของชวาดั้งเดิมเจริญรุ่งเรืองต่อมา จนเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของประวัติศาสตร์วัฒนธรมบาหลี
• บาหลีในยุครุ่งเรืองแบ่งการปกครองออกเป็นอาณาจักรต่าง ๆ แต่อาณาจักรมีเจ้าผู้ครองเมืองหรือรายาเป็นประมุข และแต่ละอาณาจักรก็แย่งชิงอำนาจกันบ้าง ปรองดองกันบ้าง
• ปีค.ศ.1597 ชาวยุโรชาติแรกที่เดินเรือผ่านมาขึ้นบกยังบาหลีคือชาวดัตช์ แต่ชาวดัตช์ก็ไม่ได้ให้ความสนใจที่จะครอบครองบาหลีทั้งที่ได้ดินแดนอินโดนีเซียส่วนใหญ่ไว้เป็นอาณานิคมแล้ว ต่อมาปี ศ.ศ. 1846 ดัตช์จึงเริ่มส่งกองทหารสู่บาหลีและเข้ายึดครองอาณาจักรต่างๆทีละอาณาจักร โดยใช้กองกำลังทหารเข้าบีบบังคับให้รายายอมจำนน ซึ่งรายาและราชวงศ์ส่วนใหญ่ของบาหลีเลือกวิธีรักษาศักดิ์ศรี โดยไม่ยอมตกเป็นค่าเมืองขึ้นด้วยวิธีการฆ่าตัวตายหมู่(Puputan) ทั้งราชสำนัก ในปีค.ศ.1908 จนปีค.ศ.1911 บาหลีทั้งหมดก็ตกเป็นของดัตช์โดยสิ้นเชิง
• ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ดัตช์ ได้ถูกญี่ปุ่นซึ่งขณะนั้นสามารถยึดครองอินโดนีเซียได้ในระหว่างปีค.ศ. 1942-1945 อินโดนีเซียได้ประกาศให้เป็นประเทศอาณาณิคมและมีประธานาธิบดีคนแรกคือซูการ์โน แต่ก็ต้องใช้เวลายาวนานกว่า4ปีเพื่อให้ได้เอกราชอย่างแท้จริง เพราะดัตช์ไม่ยอมวางมือ กระทั่งรัฐบาลดัตช์ทนต่อการกดดันจากนานาชาติไม่ไหวจึงล้มเลิกความพยายามในปีค.ศ. 1949 ทำให้อินโดนีเซียได้เป็นประเทศเอกราชอย่างเต็มภาคภูมิ โดยมีบาหลีเป็นส่วนหนึ่งของประเทศด้วยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ศิลปะบาหลี
• ศิลปะของบาหลีเกิดจากการหล่อหลอมรวมกันของวัฒนธรรมประเพณีอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นจีน พุทธ อินเดีย ฮินดู ชวา และโลกตะวันตกรวมกับวัฒนธรรมประเพณีของตนเอง กลายเป็นศิลปะแบบผสมผสาน ในสมัยก่อนนักวาดหรือช่างแกะสลักจะทำงานให้กับพระ นักบวช และชนชั้นปกครอง สำหรับใช้ประดับตกแต่งวัดหรือพระราชวังเท่านั้น และมักจะทำงานในหมู่บ้านไม่ได้ออกแสดงที่ไหน จนกระทั่งเมื่อศิลปินชาวตะวันตกเข้ามา ศิลปินชาวบาหลีจึงพัฒนางานของตนเองขึ้นให้เป็นที่รู้จัก
• ภาพวาด
• ภาพวาดแบบดั้งเดิมของชาวบาหลีจากหมู่บ้านกามาสัน (Kamasan ใกล้กับเมืองกลุงกุง) นักวาดภาพหรือที่เรียกว่า สังกิง (Sangging) จะรวมตัวอยู่ในแหล่งเดียวกันนี้ และวาดภาพเพื่อตกแต่งปราสาทราชวังหรือวัดตามการจ้าง จึงทำให้ศิลปะการวาดภาพแบบกามาสันเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางไปทั่วบาหลี
• สไตล์การวาดภาพของนักวาดแห่งหมู่บ้านกามาสัน เป็นศิลปะในสไตล์วายังของชวาตะวันออกซึ่งเป็นภาพวาดในลักษณะ 2 มิติ ส่วนมากจะเป็นรูปคนครึ่งตัว (portrait) ภาพวาดอีกแบบหนึ่งที่พบได้ทั่วไปคือ ลังเส (Langse) เป็นการวาดภาพบนผืนผ้าที่มีความยาวหลายเมตร แต่มีความกว้างประมาณ 30 เซนติเมตร มักจะถ่ายทอดเป็นเรื่องราวต่างๆ โดยใช้ในการติดที่ฝาผนังวัดรวมทั้งในวังด้วย
• การเปลี่ยนแปลงสไตล์ในการวาดภาพของชาวบาหลีเริ่มขึ้นต้นเมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตก ทำให้นักวาดลดสไตล์ดั้งเดิมลดลง และผสมผสานเอาสไตล์ตะวันตกไว้ด้วย เกิดแนวทางการวาดภาพของกลุ่มปิตามหา (Pita Maha) ในอูบุด ซึ่งเป็นแหล่งที่ตั้งแกลเลอรี่และชุมนุมของจิตรกรในปัจจุบัน
• งานหินแกะสลัก
• ในสมัยก่อนงานหินส่วนมากจะใช้ในการตกแต่งวัดหรือวังเท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้ถูกนำมาใช้ตกแต่งในสถานที่อื่นๆ ด้วย และกลายเป็นการตกแต่งที่เรียกว่า “บาหลีสไตล์” การแกะสลักหินเพื่อใช้ในวัดหรือวังนั้นจะมีความแตกต่างกับการแกะสลักเพื่อใช้ตกแต่งอาคารสถานที่ รูปสลักแต่ละชิ้นจะสื่อความหมายต่างกันไป หากต้องการชมความงามของหินแกะสลักจากยุคก่อน สามารถหาดูได้ที่วัดซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะเพราะจะสวยกว่าวัดที่อยู่ในแถบอื่นๆ เช่น ปุระเมดูวา (Pura Meduwa) ที่เมืองกุบูตัมบาหาน ปุระดาเล็ม (Pura Dalem) ที่เมืองจักกะราชา และปุระเบจิ (Pura Beji) ใกล้กับเมืองสิงคราชา เป็นต้น ช่างแกะสลักหินที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ I Gusti Nyoman Lempad ชมงานแกะสลักของเขาได้ที่ปุระชาเก็นอากุง (Pura Sagen Agung) ในเมืองอูบุด
• งานไม้แกะสลัก
• ในสมัยก่อนงานไม้แกะสลักจะพบที่วัดหรือวัง แต่ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นสินค้าที่คนทั่วไปหาซื้อไปตกแต่งอาคารสถานที่ แต่ก็ยังคงความเชื่อเดิมๆ อยู่บ้าง เช่น จะนำงานไม้แกะสลักรูปเทวรูปไปประดับที่ประตูทางเข้าเพื่อเป็นการป้องกันปิศาจร้าย
• งานผ้า
• สินค้าพื้นเมืองขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของบาหลีก็คือ ผ้า สาวชาวบาหลีสามารถทอผ้าได้เกือบทุกคน เนื่องจากหน้าที่หนึ่งของแม่ชาวบาหลีก็คือสอนลูกสาวให้ทอผ้า ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาเป็นเวลานาน
• ผ้าพื้นเมืองของบาหลีมีหลายลักษณะ
• อิกัต (Ikat) เป็นผ้าในแบบดั้งเดิมของชาวบาหลี ซึ่งมีกรรมวิธีการทอผ้าแบบโบราณ ใช้นุ่งเป็นผ้าโสร่งตัวนอก หรือชุดที่ใส่ในพิธีกรรมสำคัญเท่านั้น
• เกริงซิง (Geringsing) เป็นผ้าอิกัตชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมากในบาหลี ทอในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งชื่อว่าเทงกะนัน เป็นผ้าที่ทอยากและราคาสูงมาก
• ซองกัต (Songket) เป็นวิธีการทอผ้าซึ่งใช้ทองหรือเงินมาทอกับผ้าธรรมดาหรืออิกัตมีความยาวประมาณ 2 เมตร ผู้ชายใช้นุ่งเป็นโสร่งตัวนอก และผู้หญิงมักใช้เป็นผ้าคลุมเมื่อมีงานเลี้ยงฉลองหรืองานพิธีสำคัญ
• ปราดา (Prada) คือผ้าเขียนลายทองในสมัยก่อนใช้ทองจริงๆ แต่ปัจจุบันใช้สีทองวิทยาศาสตร์วาดลงผ้าโพลีเอสเตอร์ มักใช้ทำพัดลม ร่ม หรือตกแต่งอาคารสถานที่ และใช้ทำเครื่องแต่งกายของนักแสดงเต้นระบำ หาซื้อผ้าปราดาได้ที่ตลาดสินค้าหัตถกรรมสุขวาตี
• เปลังกิ (Pelangi) เรียกง่ายๆ เป็นภาษาไทยก็คือผ้ามัดย้อมนั้นเอง ผ้ามัดย้อมที่นี่จะมีลวดลายสวยงามสไตล์บาหลี และมักทำจากผ้าไหม
• บาติก (Batik) ผ้าที่เขียนด้วยขี้ผึ้งเหลวแล้วนำไปย้อมสีให้เกิดลาย นักท่องเที่ยวมักมาหาซื้อผ้าบาติกที่บาหลี ซึ่งความเป็นจริงแล้วผ้าบาติกมีกำเนิดจากชวา และส่วนใหญ่ทำมาจากโรงงานนอกบาหลี
• ซุมบ้า (Sumba) ผ้าทอลวดลายแบบพรีมิทีฟจากเกาะซุมบ้า ของแท้จะมีราคาสูงมากแต่มีของทำเลียนแบบในบาหลีเป็นจำนวนมากและราคาถูกกว่า